ReadyPlanet.com
dot
dot
เราได้จดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาประเภท A กระทรวงการคลัง
dot
bulletทำไมต้องใช้บริการของเรา
bulletเสียงตอบรับจากผู้เข้าอบรม
bulletทำเนียบวิทยากร
bulletบทความที่น่าสนใจ
dot
ตารางการอบรมทางไกลผ่านดาวเทียมปี 2557
dot
bulletหน่วยงานภาครัฐ
bulletหน่วยงานภาคเอกชน
bulletแบบฟอร์มใบสมัคร
dot
วีดิโอตัวอย่างการอบรม
dot
bulletคุณดนัย จันทร์เจ้าฉาย
bulletผศ.ดร.เมธาวุฒิ พีรพรวิทูร
bulletผศ.ดร.นิภา แก้วศรีงาม
bulletอ.อุไรวรรณ อยู่ชา
dot
การเช่าลิขสิทธิ์ DVD การอบรม
dot
bulletตารางรายวิชาการเช่าลิขสิทธิ์ DVD
bulletNTU STREAMING
dot
ลงชื่อเข้าใช้งาน
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน   bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
รวมลิงค์เว็บเพื่อนบ้าน
dot


ศ.ดร.จีระ หงศ์รดารมภ์
สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี


บทความที่น่าสนใจ

การสอนงานให้ได้งานและใจ..ไม่ยากอย่างที่คิด !! 

โดย อ. อุไรวรรณ อยู่ชา ….

วิทยากรและที่ปรึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาบุคลากร Thaiskillplus

 

หากวันนี้...คุณรู้สึกว่าเหนื่อยใจกับการเสียเวลาแก้ไขงานที่ผิด ๆ ถูก ๆ ของลูกน้องระอาใจกับการติดตามงานที่ส่งไม่ตรงเวลา หงุดหงิดใจกับงานที่ไม่มีคุณภาพ และเศร้าใจกับงานที่ไม่ได้ดั่งใจ บ้างไหมคะ .....

หากคุณเคยพบกับความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านี้ โปรดอย่ารอช้า รีบลุกขึ้นมาทำหน้าที่  “สอนงาน” ให้แก่ลูกน้องกันอย่างจริง ๆ จัง ๆ กันเถอะค่ะ เพราะหากปล่อยให้ปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ..คุณอาจจะเป็นโรคเครียดอันเกิดจากลูกน้อง ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงไม่แพ้โรคที่เกิดจากการทำงานเลยนะคะ และที่สำคัญผลงานของหน่วยงานคุณก็จะไม่บรรลุเป้าหมายอีกด้วย  เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผลงานของลูกน้องทุกคนรวมกัน เท่ากับ ผลงานของหัวหน้านั่นเอง ดังนั้นหากผลงานของลูกน้องไม่ได้ตามเป้าหมาย ผลงานของหัวหน้าก็ตกเป้าไปโดยปริยาย แค่นั้นยังไม่พอ คุณยังต้องเหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจกับการทำงานแทนลูกน้อง เพื่อผลักดันให้ผลงานของหน่วยงานสำเร็จ แทนที่มีเวลาพัฒนางาน พัฒนาตนเองให้มีศักยภาพสูงขึ้น เพื่อเตรียมตัวก้าวไปสู่ตำแหน่งที่สูงกว่า
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้น หัวหน้างาน อย่ารีบด่วนตัดสินใจว่า เป็นเรื่องของดวงหรือเป็นเวรเป็นกรรม ที่มีลูกน้องไม่ได้เรื่อง ก็ต้องก้มหน้ารับกรรมไป  แต่ควรวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนว่า “ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากสาเหตุใด” จากประสบการณ์ตรงของดิฉันซึ่งคลุกคลีอยู่กับพนักงานและหัวหน้างานตัวจริง เสียงจริงทั้งโรงงานและ Office พบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากสองฝ่าย ได้แก่
ตัวของหัวหน้างาน และลูกน้องค่ะ หลายคนคงเคยเห็นหัวหน้างานที่ทำงานเก่งมาก แต่สอนลูกน้องทีไร ลูกน้องมีอาการงงทุกครั้งไป เรียกว่ายิ่งสอนยิ่งไม่เข้าใจ นั่นก็เพราะว่า หัวหน้าคนนั้นขาดทักษะในการสอนงาน ในขณะเดียวกันบางก็คงเคยเห็นหัวหน้างานที่มีทักษะในการสอนงานดีมาก ๆ สอนเสียงดัง ฟังชัด อธิบายเป็นฉาก ๆ แต่ลูกน้องไม่ให้ความสนใจ นั่งฟังอยู่แต่ตัว ส่วนใจไปอยู่ที่อื่น แถมบางคนก็คอยป่วนถามในหัวข้อที่ไม่เกี่ยวกับงานที่สอนซะอีก ซึ่งเป็นอาการของความไม่เชื่อถือศรัทธาผลงานออกมาจึงทำให้การสอนงานไม่ประสบความสำเร็จ
หากถามว่า แล้วจะทำอย่างไรล่ะจึงจะ เป็นหัวหน้างานที่สอนงานได้ดีและเป็นหัวหน้างานที่ลูกน้องเชื่อถือศรัทธา ดิฉันขอเสนอแนะเทคนิคง่าย ๆ โดยการใช้บันได 3 ขั้น เพื่อก้าวสู่การสอนงานให้ได้ทั้งงานและใจ ดังนี้ค่ะ
บันไดขั้นแรก “ให้ใจลูกน้องก่อนสอนงาน”  การเริ่มต้นด้วยการ “ให้ใจ” ลูกน้องก่อนจะทำให้ลูกน้องเกิดความรัก ความเชื่อถือ ความศรัทธา ซึ่งความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านี้จะส่งเสริมและสนับสนุนให้การสอนงานประสบความสำเร็จ เทคนิคการให้ใจลูกน้องไม่ยากเลยค่ะ หากท่านพยายาม โดยเริ่มจากถามตัวเองว่า “ท่านรักและศรัทธาเชื่อถือ หัวหน้าที่มีคุณสมบัติอย่างไร” หรือ “หัวหน้าในดวงใจของท่านมีคุณสมบัติอย่างไร” เมื่อได้คำตอบแล้ว ก็ประเมินตนเองว่า วันนี้เราเองในฐานะที่เป็นหัวหน้างาน เรามีคุณสมบัติดังกล่าวหรือไม่และยังขาดคุณสมบัติอะไรบ้าง จากนั้นก็พัฒนาและปรับปรุงตนเองให้มีคุณสมบัติดังกล่าวก่อน เพราะหัวหน้าร้อยทั้งร้อยที่มีสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในดวงใจของลูกน้องได้ ไม่ว่าหัวหน้าจะมอบหมายงานอะไร สอนอะไร สั่งให้ทำอะไร ลูกน้องก็จะตั้งใจทำตามด้วยความรักความศรัทธาและไว้วางใจ เรียกได้ว่า การสอนงานประสบความสำเร็จไปตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือสอนเลยค่ะ
บันไดขั้นที่สอง “รู้ลึก รู้จริง” จะสอนเรื่องอะไร งานอะไรจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้สอนจะต้อง มีความรู้ในงานที่จะสอน และมีความรู้เกี่ยวกับลูกน้องแต่ละคนที่จะมาเรียน เริ่มจากความรู้ในงาน หัวหน้าต้อง “รู้ลึก รู้จริง” ในงานนั้น และมีทักษะในการทำงานนั้นอย่างเชี่ยวชาญซะก่อน เพราะถ้าผู้สอนไม่รู้จริง สอนผิด ๆ ถูก ๆ หรือทำงานนั้นได้ไม่ดี ทำผิด ๆ ถูก ๆ ผู้เรียนคงทำใจให้ศรัทธาและยอมรับยากค่ะ ส่วนความรู้เกี่ยวกับลูกน้องนั้น หัวหน้างานจำเป็นที่จะต้องรู้ว่า ลูกน้องแต่ละคน ใครมีพื้นฐานความรู้อะไร ความสามารถในการเรียนรู้อย่างไร มีพฤติกรรมการทำงานอย่างไร เพราะลูกน้องแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การรู้จักลูกน้องอย่างแท้จริง จะทำให้ปรับเปลี่ยนรูปแบบ การสอนให้รู้ว่า ใครที่ต้องสอนแบบช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป ใครที่สอนได้อย่างรวดเร็ว เป็นต้น
บันไดขั้นที่สาม “เทคนิคการสอน” ควรที่จะต้องจูงใจให้ลูกน้องเห็นความสำคัญของการเรียนรู้ว่าถ้าเขาตั้งใจเรียนรู้และทำงานได้ดี เขาจะได้รับประโยชน์อะไร เช่น ไม่ต้องทำงานซ้ำแล้วซ้ำอีก หรือเผชิญกับปัญหาผลงานต่ำกว่าเป้าหมาย จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการสอนงานง่าย ๆ  4 ขั้นตอนได้แก่
1.           อธิบายภาพรวมของงานและขั้นตอนต่าง ๆ รวมทั้งเป้าหมายของงาน
2.           ทำให้ดู (I do) ลงมือทำให้ดู ให้เห็นกันชัด ๆ
3.       ทำพร้อม ๆ กัน (We do) ให้ลูกน้องลงมือทำและหัวหน้าก็ทำไปพร้อม ๆ กันอีกครั้งหนึ่งในระหว่างที่ลูกน้องทำ หัวหน้าก็คอยสังเกตด้วยว่า ลูกน้องทำได้ไหมหรือสอบถามว่า ติดปัญหาตรงไหนบ้าง
4.       ให้ทำเอง (You do) ให้ลูกน้องทำเอง โดยหัวหน้างานคอยดูอยู่ข้างอย่างตั้งใจ เมื่อลูกน้องทำได้ถูกต้อง ก็ชม แต่ถ้าทำผิด ก็ค่อย ๆ อธิบายและให้กำลังใจ
จากประสบการณ์และผลการวิจัยพบว่า หัวหน้างานที่ปฏิบัติตามบันได 3 ขั้นข้างต้น  สามารถทำให้ลูกน้อง ส่งมอบงานที่มีคุณภาพ ทันเวลา และตรงตามเป้าหมาย ส่งผลให้เป้าหมายของหน่วยงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ ตัวหัวหน้างานเองยังไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาของงาน ที่เกิดขึ้น มีเวลาพัฒนางาน พัฒนาตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมการเติบโตต่อไป เรียกได้ว่า “ลูกน้องเก่งหัวหน้าสบาย”
โอกาสนี้ ดิฉันขอส่งกำลังใจมาให้ หัวหน้างานทุกท่าน พยายามพัฒนาตนเองและประสบความสำเร็จกับการก้าวสู่บันไดทั้ง 3 ขั้นให้ได้นะคะ ทั้งนี้เพื่อความสบายและความก้าวหน้าในอนาคตค่ะ..........   

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่น ๆ







Copyright © 2010-2013 All Rights Reserved.

บริษัท เอ็นทียู (ประเทศไทย) จำกัด
เลขที่ 304 ซอยโรงเรียนคลองลำเจียก แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทร. 0 2508-0580 หรือ 0 2508-0584 แฟ็กซ์. 0 2508-0594
e-mail: admin@ntuthailand.com
เลขที่ประจำตัวผู้เสียภาษี 0105538066478